วิธีการเลือกฉนวนกันความร้อน

วิเคราะห์เจาะลึก ฉนวนกันความร้อนที่ดีที่สุด เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา

ในท้องตลาดบ้านเรา มีตัวเลือกฉนวนกันความร้อนให้เลือกมากมาย

ต่างรูปแบบ ต่างยี่ห้อ ต่างราคา ต่างคุณภาพ…จะเลือกฉนวนกันความร้อนยังไงดี ??

   ในทุกวันนี้ ฉนวนกันความร้อนในท้องตลาดเริ่มมีให้เห็นหนาตามากขึ้นทุกวัน หลากหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ หลากหลายยี่ห้อ วางขายกันให้พรึ่บ สามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไป แต่ทว่า ถ้าสังเกตดูดีๆ ที่ไหนๆก็เขียนโฆษณาแต่  ” มีค่าความเป็นฉนวนสูงสุด, ป้องกันความร้อนสูงสุด, ประหยัดพลังงานสูงสุด… “ จนบางครั้งกลายเป็นเรื่องตลกเลยที่เห็นฉนวนกันความร้อนเหล่านี้วางขายติดกัน 4-5 ยี่ห้อ แต่ใช้คำโฆษณาเหมือนกันทุกอันว่าประมาณว่า ป้องกันความร้อนสูงสุด…?? แล้วตกลงฉนวนกันความร้อนอะไรมันดีที่สุดกันแน่ ฉนวนกันความร้อนอะไรที่สามารถตอบโจทย์สภาพอากาศสุดโหดของประเทศไทยได้ เรามาหาคำตอบกัน!

   ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนเลยว่า การเลือกใช้ฉนวนกันความร้อน ไม่เหมือนกับการเลือกเครื่องเสียง อาหาร หรือเลือกเสื้อผ้า ซึ่งใช้อารมณ์ และรสนิยมของแต่ละบุคคลในการเลือก สินค้าแฟชั่นเหล่านี้ก็คงไม่แปลกที่จะตัดสินใจตามอารมณ์ แต่เอาเข้าจริงเรื่องการเลือกฉนวนกันความร้อนซักอย่างมาใช้งานกับสิ่งปลูกสร้างของเรา นั่นหมายถึงสินค้าที่เราเลือกใช้จำเป็นต้อง ” มีคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่แค่ราคาคุย “ เพราะสิ่งนี้จะอยู่คู่กับสิ่งปลูกสร้างไปนานตราบเท่าอายุการใช้งานของตัวมัน ไม่เหมือนอย่างเสื้อผ้า ที่ใช้ไม่นานก็ถอดทิ้งซื้อใหม่

   แต่เรื่องของเรื่องคือ ยังมีผู้ประกอบการด้านฉนวนกันความร้อนจำนวนไม่น้อย ที่ยังใช้อารมณ์ตัวเองในการตัดสินตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงใช้ความเชื่อส่วนตัว ในการประเมินคุณภาพ จนบางครั้งคล้ายกับธุรกิจอาหาร ผู้ขายปรุงออกมาชิมเองก็คิดว่าอร่อย ก็ขายราคาคุยว่าอร่อย พอผู้ซื้อเอาไปทานจริงๆกลับไม่อร่อยสมราคาคุย ก็แน่ละ รสนิยม ความชอบ มาตรฐานของแต่ละคน มันไม่เท่ากัน!!   แต่ก็ยังดีที่สมัยนี้ ยุคข้อมูลข่าวสาร ผู้บริโภคในยุคนี้สามารถสืบหาข้อมูลเชิงเทคนิคเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย การสืบค้นหาข้อมูลเพื่อให้ได้ฉนวนกันความร้อนคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นนัก

ฉนวนดีจริงหรือราคาคุย เค้าวัดกันที่ค่า K Factor และ R Value

ค่า K (สภาพการนำความร้อน) และค่า R (ประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อน)

  ฉนวนความร้อนในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายชนิด เช่น ฉนวนใยแก้ว, เยื่อกระดาษ, ยิบซั่ม, แผ่นสะท้อนความร้อน, เซรามิกเคลือบผิว, ฉนวนโพลียูรีเทน ,ฉนวนโพลิเอทิลีน เป็นต้น หลักๆในการเลือกใช้งานฉนวนกันความร้อน เราจะพิจารณาจากสภาพการนำความร้อน (K) และ ประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อน (R)

ฉนวนกันความร้อนที่ดี ต้องมีค่าสภาพการนำความร้อนต่ำ (ค่า K ต่ำ) และต้านทานความร้อนสูง (ค่า R สูง)

  ซึ่งฉนวนกันความร้อนที่ดี ต้องมีค่าต้านทานความร้อนสูง และสภาพการนำความร้อนต่ำ ( พูดง่ายๆคือ ต้านทานความร้อนไม่พอ ต้องนำความร้อนได้ยากด้วย )  เมื่อเราพิจารณาที่คุณสมบัติของตัวฉนวนแล้ว เราก็ต้องมาดูเรื่องหน้างานที่จะใช้ สถานที่ รูปแบบการใช้ ช่วงอุณหภูมิที่ต้องการ

วัสดุทุกชนิดในโลกใบนี้ ล้วนมีค่า K และค่า R

เพียงแต่มักไม่ถูกหยิบยกมาพูด เพราะดูยุ่งยากและซับซ้อน

     มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ของอาจารย์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำฉนวนกันความร้อนชนิดต่างๆในโลกที่ ความหนา และ ความหนาแน่น เท่ากันมาทำการทดสอบค่าความต้านทานความร้อน เพื่อหาผลลัพธ์ว่าฉนวนกันความร้อนตัวไหนมีค่าความต้านทานความร้อนดีที่สุด เพื่อที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการนำไปใช้สร้างสิ่งก่อสร้างเพื่ออนุรักษ์พลังงาน โดยทำการทดสอบวัสดุแต่ละชนิดที่ความหนา 1 นิ้ว เท่ากันทุกชนิด ผลที่ได้เป็นดังรูป

 แผนภูมิเปรียบเทียบค่าความต้านทานความร้อน (R) ของวัสดุต่างๆ ที่ความหนา 1 นิ้ว

แผนภูมิวัดค่าความต้านทานความร้อน ผลงานวิจัยจาก ดร. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ซึ่งผลลัพธ์ดังแผนภูมิที่ปรากฏ เราสามารถสังเกตได้ว่ากราฟค่าความต้านทานความร้อนที่ปรากฏแตกต่างกันออกมา มีวัสดุหลายชนิดที่เราใช้ในการก่อสร้างในปัจจุบัน ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องค่าต้านทานความร้อนไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้ตัวอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัยเราร้อน เก็บความเย็นไม่อยู่ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในการเปิดแอร์เพื่อปรับอากาศให้เย็น ในที่นี้จะขอวิเคราะห์วัสดุฉนวนกันความร้อนต่างๆที่มีขายอยู่ในท้องตลาดประเทศไทยตามแผนภูมิที่ท่าน ดร.สุนทร ได้ทำการวิจัยออกมาในอันดับแรกๆให้ผู้อ่านได้เรียนรู้กันคร่าวๆ

1. อันดับ 1 ของโลก คือ โพโนลิคโฟม ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนทีมีค่าการต้านทานความร้อนสูงสุด แต่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีราคาแพง ที่เนื้อโฟมไวต่อการลุกติดไฟมากซึ่งตัวฉนวนกันความร้อนโพโนลิคโฟมไม่เป็นที่นิยมจึงไม่สามารถหาซื้อได้ในตลาดประเทศไทย

2. อันดับ 2 ของโลก คือ โพลียูรีเทนโฟม (พี.ยู.โฟม) ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการต้านทานรองลงมาจากโพโนลิคโฟม ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลกในการรักษาอุณหภูมิ ฉนวนกันความร้อนชนิดนี้สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาดบ้านเรา  มีทั้งแบบไปฉีดพ่นติดพื้นผิวที่ต้องการและเป็นแผ่นสำเร็จรูป

3. อันดับ 3 ของโลก  คือ โพลีสไตรีน มีค่าความต้านทานความร้อนรองลงมาจาก พี.ยู.โฟม มีลักษณะเป็นแผ่นสำเร็จรูป จึงต้องออกแบบสิ่งปลูกสร้างเราให้รองรับกับการติดตั้งด้วย จึงจะสามารถ ใช้งานได้ ในปัจจุบันเริ่มหาซื้อได้บ้างแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพจากโรงงานผลิตให้เห็นกันอยู่ประปราย

4. อันดับ 4 ของโลก ไฟเบอร์กลาสชนิดความหนาแน่นสูง (ส่วนใหญ่มาเป็นแผ่น) แผ่นใยแก้วชนิดนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศด้วยเหตุผลด้านราคา แต่ต้องยอมรับในเรื่องของผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากใยแก้วเป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง เมื่อถูกผิวหนังจะคันมาก การติดตั้งและการซ่อมบำรุงจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญมาก ในบ้านเราหาซื้อใยแก้วความหนาแน่นสูงได้ยาก เนื่องจากฉนวนใยแก้วที่วางขายกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาดเป็นใยแก้วประเภทความหนาแน่นต่ำ หากจำเป็นต้องใช้ควรศึกษาให้ดี

5. อันดับ 5 ของโลก เอกสแพนด์โพรีสไตรีน หรือโฟมขาว โฟมลายกระทง เป็นโฟมชนิดที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดแต่มักจอปัญหา ความหนาแน่นไม่ถึง การหาซื้อโฟมขาวในท้องตลาด มักเจอแต่ประเภทความหนาแน่นต่ำมาหลอกว่าเป็นความหนาแน่นสูง จึงนำไปสู่ปัญหาด้านการรักษาอุณหภูมิที่แก้กันไม่จบไม่สิ้น 

6. อันดับ 6 ของโลก เซลลูโลส หรือกระดาษเยื่อไม้ผสมกาว ในอดีตได้รับความนิยมมากเนื่องจากติดตั้งง่าย และเป็นวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ แต่กลับเจอปัญหาด้านการยึดเกาะของเนื้อกาวที่ผสมอยู่ซึ่งมักเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และหลุดร่อน ทำให้ต้องมีการบำรุงรักษาอยู่เป็นประจำ ปัจจุบันความนิยมในประเทศไทยจึงลดน้อยลงไปมาก

7. อันดับ 7 ของโลก ช่องว่างอากาศ เป็นฉนวนกันความร้อนพื้นฐานที่นิยมทำกันมากในบรรดาบ้านสร้างใหม่ เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำมาก และในขณะเดียวกันยังสามารถป้องกันความร้อนและ ป้องกันเสียงได้ในระดับหนึ่ง การสร้างบ้านที่มีช่องว่างอากาศมีเรื่องที่ต้องพึงระวังเพียงแค่การอุดรู ปิดช่องทางที่อากาศด้านในจะสัมผัสอากาศด้านนอกให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิและมีสัตว์รังควาญเข้าไปทำรังอยู่อาศํยภายใน

8. อันดับ 8 ของโลก ไฟเบอร์กลาสความหนาแน่นปานกลาง ฉนวนใยแก้วความหนาแน่นปานกลางดูเหมือนจะหาซื้อได้ง่ายในบ้านเรา มีทั้งแบบม้วน มีทั้งแบบแผ่น มีราคาถูก แต่ก็ต้องแลกมา ด้วยความสามารถในการรักษาอุณหภูมิที่ค่อนข้างแย่ และความเสี่ยงด้านสุขภาพเนื่องจากใยแก้วเป็นสารก่อมะเร็งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพหากเกิดการเสียหายของวัสดุห่อหุ้ม

จะเห็นได้ว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยคือ ผู้บริโภคหาซื้อฉนวนกันความร้อนชนิดความหนาแน่นสูงได้ยาก

เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่พยายามทำความหนามาให้ ดูหนา ดูใหญ่ ดูเยอะ แต่ความจริงแล้ว ดีแต่ขนาด ไม่ได้เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีแต่อย่างใด

จากผลการวิจัย จะเห็นว่า พี.ยู.โฟม เป็นฉนวนกันความร้อนที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทยที่สุด

เนื่องด้วยเหตุผลทางวิศวกรรม ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน และความปลอดภัยต่อสุขภาพ

   ด้วยความที่ พี.ยู.โฟม เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลกในการใช้เป็นฉนวนกันความร้อนเนื่องจากมีค่าความต้านทานความร้อนที่สูง เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีซึ่งนิยมใช้กันในวงการก่อสร้างของประเทศไทย พี.ยู.โฟม เป็นวัสดุตระกูลโพลิเมอร์ ผลิตมาจากปิโตรเลี่ยม เนื้อวัสดุไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งได้ทั้งในลักษณะของการฉีดพ่น และมีแบบแผ่นสำเร็จรูปไปติดตั้งบริเวณที่ต้องการป้องกันความร้อน จึงเป็นฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพดี ติดตั้งง่ายและตอบโจทย์การใช้งานท่ามกลางสภาพอากาศที่โหดร้ายของประเทศไทยที่สุดเมื่อเทียบกับฉนวนชนิดอื่นๆ ที่ได้ทำการทดสอบ

พี.ยู.โฟม (โพลียูรีเทนโฟม) คืออะไร

    พี.ยู.โฟม ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ (โพลียูรีเทนโฟม : Polyurethane Foam) เป็นฉนวนกันความร้อนตระกูลโพลิเมอร์ ถูกผลิตออกมาในรูปแบบน้ำยาเคมีเหลว สามารถนำไปฉีดพ่นเพื่อติดตั้งที่พื้นผิวที่ต้องการได้โดยใช้เครื่องจักรฉีดพ่นโฟมตระกูล High Pressure ที่ออกแบบมาสำหรับฉีดพ่น พี.ยู.โฟม โดยเฉพาะ  พียูโฟมเมื่อถูกฉีดพ่นออกไปในรูปของเหลว จะยึดเกาะกับพื้นผิวโดยอาศัยปฏิกิริยาเคมี ( Chemical Bonding ) โดยเนื้อ พี.ยู.โฟมจะยึดเกาะอย่างแน่นหนาและฟูตัวขึ้นเป็นเนื้อโฟมที่มีลักษณะแข็ง ซึ่ง พี.ยู.โฟม ใช้ระยะเวลา 3-5 วินาที ในการเซ็ทตัวแข็งและจับกับโครงสร้าง การติดตั้งจึงจำเป็นต้องอาศัยทักษะและความชำนาญของช่างมือฉีดเป็นอย่างมาก ซึ่ง พี.ยู.โฟม นิยมใช้อย่างกว้างขวางในการรักษาอุณหภูมิ ป้องกันความร้อนให้สิ่งปลูกสร้าง นิยมติดตั้งกันใต้หลังคา บนหลังคา ผนังกำแพง พื้น ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่ต้องมีการรักษาอุณฆภูมิอย่างเข้มงวดก็ต่างนำ พี.ยู.โฟม มาใช้ในการเป็นฉนวนรักษาอุณหภูมิเช่นกัน   

พี.ยู.โฟม ป้องกันความร้อนได้อย่างไร?

โครงสร้างเซลล์ปิดสุญญากาศ เคล็ดลับในการป้องกันความร้อนของ พี.ยู.โฟม

     พี.ยู.โฟม เป็นวัสดุ ถ้าเรานำ พียูโฟม มาส่องด้วยกล้องขยายดูแล้ว จะพบว่าโครงสร้างภายในของเนื้อ พียูโฟม มีลักษณะเป็นโพรงฟองอากาศเล็กๆนับล้าน ซึ่งในแต่ละโพรงฟองอากาศนั้นถูกปิดแยกกันโดยสิ้นเชิง ไม่เชื่อมต่อถึงกัน ทางวิทยาศาสตร์เราเรียกโครงสร้างของเซลล์ในลักษณะนี้ว่า Closed Cell  หรือมีโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด อากาศภายในฟองเล็กๆเหล่านั้นจะถูกล๊อคให้หยุดนิ่ง เนื่องจากอากาศไม่สามารถถ่ายเทข้ามไปยังเซลล์อื่นได้ ถึงแม้จะมีโพรงเซลล์ปิดอยู่ข้างๆกันนับล้านก็ตาม

  โมเลกุลของอากาศเหล่านี้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ การส่งถ่ายพลังงานซึ่งใช้อากาศเป็นตัวกลางที่ต้องมีการเคลื่อนไหวของโมเลกุลอากาศยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปใหญ่ พูดง่ายๆก็คือ โครงสร้างของเนื้อโฟมมีภาวะการจำลอง สุญญากาศ นั่นเอง  ซึ่ง ณ จุดนี้เป็นที่รู้กันว่า สุญญากาศ เป็นสิ่งที่ความร้อนจะเดินทางผ่านได้ ยากที่สุด

   รังสีความร้อนที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ ตกกระทบกับผิวโฟมโดยตรง ก่อให้เกิดการสะสมพลังงานบนหน้าผิวโฟมนับตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น แต่ทว่าการนำความร้อนผ่านเนื้อโฟมก็เป็นไปได้อย่างยากลำบาก เนื่องโครงสร้างภายในของ พี.ยู.โฟม เป็นลักษณะเซลล์ปิด คือการจำลองสุญญาณกาศ การที่พลังงานความร้อนที่แผ่ลงมาจากดวงอาทิตย์จะฝ่าโครงฟันสร้างสุญญากาศเพื่อทะลุไปอีกฝั่ง ในความเป็นจริงแล้วจึงเป็นไปได้อย่างยากลำบากมาก และช้ามาก 

 เอาเข้าจริงยังไม่ทันที่พลังงานความร้อนจะผ่านเนื้อโฟมไปจนถึงอีกฝั่ง พระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว ยิ่งถ้าบวกกับเพิ่มโค๊ทติ้งสีขาวทับหน้าผิวโฟมเป็นสีที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ในตัวแล้ว  ความร้อนก็แทบจะไม่สามารถทะลุผ่านเนื้อโฟมไปได้เลย! นี่เป็นเหตุผลที่ พี.ยู.โฟม ถูกยกย่องให้เป็น ฉนวนกันความร้อนอันดับ 1 ของประเทศไทยและเป็นฉนวนกันความร้อนอันดับ 2 ของโลก 

คุณสมบัติของ พี.ยู.โฟม (โพลียูรีเทนโฟม)

ฉนวนกันความร้อนที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดกับสภาพอากาศเมืองไทย

1. พี.ยู.โฟม เป็นฉนวนป้องกันความร้อน-เย็น
พี.ยู.โฟม สามารถลดการแผ่รังสีและการนำความร้อนได้มากกว่า 95 % ด้วยค่าสัมประสิทธิการนำความร้อนที่ต่ำที่สุดรองจากสูญญากาศ ( K Factor = 0.017-0.023 W/mk ) หรือค่าต้านทานความร้อนสูงสุด ( R-Value 7.296 Btu./ f^2 / h.F) สามารถใช้เป็นฉนวนได้เป็นอย่างดีในงานที่มีช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -85 C ถึง 100 C.

2. พี.ยู.โฟม ลดเสียงดัง กั้นเสียงเข้า-ออก
พี.ยู.โฟม มีโครงสร้างของเนื้อโฟมแบบ closed cells จึงสามารถ ดูดซับเสียง ป้องกันเสียงรบกวน เสียงก้อง หรือเสียงทะลุทะลวง ผ่านจากภายในสู่ภายนอก หรือจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ได้เป็นอย่างดี หรือ ปัญหาเสียงดังจากหลังคาที่มุงด้วยสังกะสี หรือ เหล็ก Metal sheet หรือ งานห้องสตูดิโอ สถานบันเทิงต่าง ๆ

3. พี.ยู.โฟม ทนต่อกรดและด่าง
พี.ยู.โฟม เป็นวัสดุที่ผลิตจากโพลิเมอร์ ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและด่าง จึงสามารถป้องกันการกัดกร่อนและการเกิดสนิมบนพื้นผิว ที่เกิดจากไอกรดลอยไปตกกระทบหรือได้รับสารเคมีจากสภาพแวดล้อมภายนอก

4. พี.ยู.โฟม ปลอดภัย ไม่ลามไฟ 
พี.ยู.โฟม มีส่วนผสมสารกันไฟ 15% ซึ่งผ่านมาตรฐาน B2 ของสหภาพยุโรป วัสดุ พี.ยู.โฟมจะไหม้เฉพาะที่โดนเปลวไฟเผาโดยตรง เท่านั้น แต่ไม่ลามไปส่วนอื่นๆ

5. พี.ยู.โฟม มีน้ำหนักเบา และแข็งแรง
วัสดุ พี.ยู.โฟม มีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัม. / ตารางเมตร อีกทั้งยังแข็งแรงทนทาน พี.ยู.โฟม สามารถรับแรงกดได้ ถึง 2.2 กิโลกรัม / ตารางเซ็นติเมตร ( ที่ความหนาแน่น 40 kg / ลูกบากศ์เมตร ) พี.ยู.โฟมจึงไม่ยุบตัว คงสภาพเดิมตลอดเวลาไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด อายุการใช้งานยาวนานเท่าอายุตัวอาคาร

6. พี.ยู.โฟม ไม่อุ้มน้ำ ไม่ซึมน้ำ
พี.ยู.โฟม มีลักษณะโครงสร้างแบบ Closed Cell ทำให้น้ำไม่สามารถแทรกเข้ามาภายในโมเลกุลของเนื้อโฟมได้
ไม่เหมือนโฟม Open Cell ทั่วไปตามท้องตลาดอย่างโฟมขาว โฟมลอยกระทง ที่ซึมน้ำแล้วอุ้มน้ำ

7. พี.ยู.โฟม สามารถยึดเกาะได้กับทุกพื้นผิว ติดตั้งง่าย
พี.ยู.โฟม ยึดเกาะกับทุกพื้นผิวได้โดยอาศัยหลักการ Chemical Bonding การพ่นลงบนพื้นผิวต่างๆใช้เวลาเซ็ตตัวเพียง 3 วินาที ด้วยความที่ พี.ยู.โฟม เป็น Varsatile Cellular Plastic จึงมีความคงทนแข็งแรง น้ำหนักเบา ไม่เสื่อมสภาพตลอดอายุการใช้งาน ไม่หลุดร่อน ไม่มีรอยต่อ ติดเป็น เนื้อเดียวกันตลอด และสามารถกำหนดความหนาได้ตามความต้องการ

8. พี.ยู.โฟม ไม่เป็นอาหารของสัตว์และแมลง
พี.ยู.โฟม ไม่เป็นอาหารของ มด มอด ปลวก หรือ แมลงต่าง ๆ และไม่สามารถเกิดเป็นเชื้อราขึ้นได้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เคมีที่ผลิตมาจากปิโตรเลี่ยมโดยตรง

9. พี.ยู.โฟม ไม่มีสารพิษเจอปน ปลอดภัยกับผู้ใช้
พี.ยู.โฟม ไม่มีส่วนผสมของใยหิน ( Asbestos ) และใยแก้ว( Fiber Glass ) หรือสารอื่นที่ทำให้ระคายเคืองให้เกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัส พี.ยู.โฟม ได้รับการยอมรับจากนานๆชาติทั่วโลกและถูกใช้อย่างกว้างขวาง ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมและไม่มีสารก่อมะเร็งอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

พี.ยู.โฟม จึงเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี และคุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด

เมื่อเทียบคุณสมบัติทางวิศวกรรม อายุการใช้งานและประสิทธิภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวกับฉนวนตัวอื่นๆ

   เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติด้านวิศวกรรมที่เท่าๆ กัน จะพบว่าต้นทุนต่อหน่วยที่ใช้ฉนวนกันความร้อน พี.ยู.โฟม จะถูกว่าฉนวนกันความร้อนชนิดอื่นๆ ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ อายุการใช้งานในระยะยาว อรรถประโยชน์ที่จะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งฉนวนชนิดอื่นทำไม่ได้

พี.ยู.โฟม จึงเป็นสุดยอดของฉนวนกันความร้อน ที่มีค่าต้านทานความร้อนสูงสุด

อันดับ 1 ของไทย อันดับ 2 ของโลก

เลือกทั้งที เลือกให้ดี เลือกฉนวนกันความร้อน ต้อง พี.ยู.โฟม อินซูเลชั่น แอนด์ เทรดดิ้ง เท่านั้น
หนึ่งเดียวที่กล้ารับประกันคุณภาพ ด้วยชื่อเสียงและความชำนาญกว่า 25 ปี ในวงการฉนวนกันความร้อน

      การพ่น พี.ยู.โฟม เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความร้อน ช่วยเก็บกักความเย็นภายในห้อง แก้ไขปัญหาเสียงดังออกไปรบกวนนอกห้อง หรือไม่ว่าจะเป็นการใช้โฟมแผ่นสำเร็จรูปในการติดตั้งเพื่อช่วยลดความร้อน, เสียงรบกวน นับได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง และเป็นการป้องกันในระยะยาว อีกทั้งยังได้อรรถประโยชน์มากมายจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของตัวผลิตภัณฑ์เอง และด้วยความเป็นมืออาชีพของบริษัท พี.ยู.โฟม อินซูเลชั่น แอนด์ เทรดดิ้ง คุณจึงมั่นใจได้ว่า เราคัดสรรส่วนประกอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ตัังแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ เราเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าเกรดดีจากต่างประเทศ  ผ่านขั้นตอนการผสมวัตถุดิบ ( ซึ่งในแต่ละหน้างานจะมีสูตรการผสมวัตถุดิบไม่เหมือนกัน คุณสมบัติของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละรายละเอียดของปัญหาที่ต้องการแก้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ) โดยบุคลากรผู้ชำนาญงานและเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล มีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ปัญหางานแต่ละเคสอย่างละเอียดอ่อน พร้อมกับประเมินทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดให้กับคุณลูกค้า พร้อมด้วยเครื่องมือที่ผ่านการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ( พัฒนาจาก Know How ของทางบริษัทเอง ) และทีมงานที่ชำนาญงานมานานกว่า 25 ปีเข้าแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด มีทีมงาน QC เข้าตรวจสอบคุณภาพของงานในแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่เข้างานวันแรก จนถึงส่งงานวันสุดท้าย

วางใจใช้บริการ บริษัท พี.ยู.โฟม อินซูเลชั่น แอนด์ เทรดดิ้ง เท่านั้น
การันตีความสำเร็จด้วยผลงานกว่า 3500 ผลงาน ทั่วราชอาณาจักรไทย และในต่างประเทศ

โปรดระวัง!! ผู้ลอกเลียนแบบมากมายในท้องตลาด!!

error: บริษัท พี.ยู.โฟม อินซูเลชั่น แอนด์ เทรดดิ้ง ขอสงวนลิขสิทธิ์